1
    ไทยรัฐ
   เดลินิวส์
   มติชน
   ผู้จัดการ
   คม ชัด ลึก
   สยามกีฬา
   โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 21
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 35,310
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
30 กรกฎาคม 2557
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
  
10  11  12 
13  14  15  16  17  18  19 
20  21  22  23  24  25  26 
27  28  29  30  31     
             
 งานพิมพ์

 

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวการพิมพ์

               งาน ด้านการพิมพ์นั้นมีหลากหลายประเภท แต่ละประเภทมีรูปแบบ ลักษณะ วิธีการและข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป งานด้านการพิมพ์โดยทั่วไปมี 4 ระบบ ได้แก่ ระบบพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์พื้นนูน (Reliefe Printing System) ระบบการพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์ร่องลึก (Intaglio Printing System) ระบบพิมพ์โดยแม่พิมพ์พื้นราบ (Planographic Printing System) และระบบพิมพ์โดยแม่พิมพ์ลายฉลุ (Serigraphic System)

ระบบพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์พื้นนูน (Reliefe Printing System)

               การพิมพ์ลักษณะนี้เป็นระบบการพิมพ์ที่เก่าแก่ที่สุดคิดค้นโดย โจฮัน กูเต็นเบิร์ก ชาวเยอรมันนี ซึ่งใช้แม่พิมพ์ที่ต้องการจะพิมพ์นูนสูงกว่าพื้น และเป็นภาพกลับ ซ้ายเป็นขวา ขวาเป็นซ้าย เมื่อนำตัวเรียงมาเข้าหน้าตามดัมมี (Dummy) อัดกรอบให้แน่นนำเข้าสู่แท่นพิมพ์ เมื่อคลึงหมึกลงไปจะติดเฉพาะส่วนที่นูนขึ้นมา เมื่อใช้โมกดกระดาษจะได้ภาพและตัวอักษรตามต้องการ ระบบนี้ตัวพิมพ์จะเป็นตัวเรียงที่หล่อด้วยโลหะ ตะกั่ว แมกนีเซียม ปัจจุบันใช้โพลีเมอร์ชนิดแข็ง ส่วนที่เป็นภาพใช้ระบบบล็อก (Block) ซึ่งค้นคิดโดยกิลลอท (Gillot) ชาวฝรั่งเศส ระบบพิมพ์ผิวนูนเหมาะกับการพิมพ์ตัวหนังสือ และภาพลายเส้นมากกว่าการพิมพ์สกรีนหรือการพิมพ์เพื่อให้ได้นํ้าหนักอ่อน-แก่ ตามธรรมชาติ (การพิมพ์สอดสี) การพิมพ์ระบบนี้มี 3 ชนิด คือ

               1.1 การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อก (Block Printing) คือการพิมพ์ที่แม่พิมพ์ที่ทำด้วยวัสดุต่าง ๆ ผิวภาพจะนูนสูงขึ้น และภาพจะกลับซ้ายไปขวา การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อกมักเป็นการพิมพ์รูปภาพ และแม่พิมพ์บล็อคมักไม่สามารถนำมาเปลี่ยนแปลงใช้ในลักษณะอื่นได้

               1.2 เลตเตอร์เพรส (Letter Press) หรือระบบตัวเรียง ทำด้วยโลหะหรือโลหะผสม (Alloy) ในส่วนที่เป็นภาพจะทำเป็นบล็อก เครื่องพิมพ์ระบบนี้มี 3 ชนิดคือ เครื่องพิมพ์พลาเทน เรียกกันว่าเครื่องตีธง (Platen Press) เครื่องพิมพ์แท่นนอน (Flat Bed Cylinder) และเครื่องพิมพ์ชนิดโรตารี่ เรียกกันว่าเครื่องเว็บ (Web-Fed Rotary Letterpress)

               1.3 การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ตรายาง (Rubber Stamp Printing) เป็นการพิมพ์โดยใช้ แม่พิมพ์ซึ่งมีพื้นผิวเป็นยาง การพิมพ์แบบนี้ใช้สำหรับงานงานเล็กและไม่นิยมการพิมพ์สอดสีเพราะคุณภาพสู้ ระบบออฟเซทไม่ได้ ปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นการพิมพ์แบบเฟรกโซกราฟี่ (Flexography) ซึ่งคล้ายระบบตรายาง มีแม่พิมพ์เป็นแผ่นยางม้วนติดโดยรอบกับโมแม่พิมพ์ สามารถพิมพ์บนวัสดุได้เกือบทุกชนิด

ระบบการพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์ร่องลึก (Intaglio Printing System)


               
แม่พิมพ์พื้นลึกหรือร่องลึก มีลักษณะตรงกันข้ามกับแม่พิมพ์พื้นนูน โดยมีส่วนที่ต้องการจะพิมพ์เป็นร่องหรือเป็นบ่อที่มีขังอยู่น้อย เวลาพิมพ์ต้องใช้นำหนักกดให้กระดาษไปติดหมึก ระบบนี้คิดค้นโดยคาร์ล เคลียทซ์ (Kant Kretzes) ชาวออสเตรเลีย เป็นระบบพิมพ์ที่มีประสิทธิภาพสูง สามารถพิมพ์ได้ทั้งลายเส้น สกรีน และภาพสอดสีตามธรรมชาติ และสามารถที่จะพิมพ์บนวัสดุ อื่น ๆ ได้ ค.ศ. 1495 อัลเบิร์ด ดูเลอร์ (Albrecht Duler) ได้ทำแม่พิมพ์ขึ้น โดยใช้เครื่องมือแหลมคมพิมพ์โดยใช้นํ้ากรดกัดแผ่นเหล็กเป็นร่อง ต่อมาในปี ค.ศ. 1513 อู กราฟ พิมพ์ผลงานออกมา สวยงาม และเป็นแบบแห่งการพิมพ์ธนบัตรในเวลาต่อมา การพิมพ์พื้นลึกนี้มีอยู่ 2 วิธีคือ

                1.1 อินทากรีโอ (Intaglio Printing) แม่พิมพ์จะทำด้วยทองแดง หรือแผ่นโลหะที่สามารถนำมาแกะสลักได้ โดยแกะเป็นรูปรอยที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งมักจะเป็นลายเส้น เมื่อผ่านหมึกเข้ามาต้องเช็ดบริเวณผิวหน้าให้สะอาดเรียบร้อยก่อนนำกระดาษมา พิมพ์ การพิมพ์แบบนี้จะได้งานพิมพ์ที่คมชัดมากจึงเหมาะสำหรับงานพิมพ์ที่มีค่า เช่น การพิมพ์ ธนบัตร โฉนดที่ดิน แสตมป์ เป็นต้น

                1.2 โฟโต้กราวัวร์ (Photogravure Printing)
เป็นการพิมพ์ร่องลึกอีกแบบหนึ่ง มีแม่พิมพ์เป็นโลหะ ทรงกระบอก ทำแม่พิมพ์โดยภาพถ่ายกัดกรดให้เป็นหลุมเล็ก ๆ มีขนาดหรือความตื้นลึกแตกต่างกัน ซึ่งมีผลให้งานพิมพ์มีความเข้มของสีแตกต่างกัน วิธีนี้สามารถพิมพ์บนวัสดุได้หลายชนิด เช่น การพิมพ์กระดาษปิดฝาผนัง แสตมป์ และบรรจุภัณฑ์เป็นต้น

 

ระบบพิมพ์โดยแม่พิมพ์พื้นราบ (Planographic Printing System)

                
แม่พิมพ์พื้นราบ เป็นแผ่นโลหะ (อลูมิเนียม) แบนเรียบมีส่วนที่ต้องการพิมพ์และส่วนพื้นอยู่บนระนาบเดียวกัน เมื่อผ่านหมึกส่วนที่ต้องการพิมพ์จะรับหมึก ส่วนที่เป็นพื้นหล่อด้วยนํ้า เวลาพิมพ์แม่พิมพ์มิได้สัมผัสกับกระดาษโดยตรง แต่แม่พิมพ์จะกดลงบนโมยาง (ได้ภาพกลับซ้ายเป็นขวา) ต่อจากนั้นโมยางจะพิมพ์ลงบนกระดาษอีกครั้งหนึ่ง การพิมพ์ระบบนี้เรียกว่าการพิมพ์ระบบออฟเซท (Offset ) ซึ่ง คิดค้นโดยไอรา วอชิงตัน รูเบล (Ira Washington Rubel) ซึ่งเป็นระบบที่นิยมกันในปัจจุบันทั้งนี้เพราะเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพดี และการทำแม่พิมพ์ไม่ยุ่งยากมากนักเนื่องจากสามารถพิมพ์ได้ครั้งละจำนวนมาก จึงสามารถใช้กระดาษได้ 2 แบบ คือ แบบป้อนม้วน (Webfeed Offset press) ซึ่งมีความเร็วในการทำงานมาก สามารถพิมพ์ได้ชั่วโมงละ 20,000-30,000 แผ่น และแบบป้อนแผ่น ( Sheetfeed Offset press) ปัจจุบันมีเครื่องพิมพ์ออฟเซทขนาดเล็ก แม่พิมพ์ทำด้วยกระดาษโดยขนาดของกระดาษที่ใช้พิมพ์ไม่เกิน 14 x 20 นิ้ว นิยมใช้พิมพ์ในสำนักงาน เช่นเครื่องก็อปปี้ ปริ้นท์ หรือเครื่องโรเนียวออฟเซท

ระบบพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์ลายฉลุ (Serigraphic System)

                
เป็นการพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์จากการเจาะ จึงเรียกว่าแม่พิมพ์ฉลุ มีวิวัฒนาการมาแต่อดีต เช่น อารยธรรมจีน อียิปต์ ญี่ปุ่น ปัจจุบันได้มีการพัฒนาโดยการเปลี่ยนจากผ้าไหมหรือเส้นลวด เป็นผ้าใยเคมีพวกโพลีเมอร์ ไนลอน และโพลีเอสเตอร์ พื้นแผ่นสกรีนจะถูกฉาบไว้ด้วยสารไวแสง เมื่ออกแบบต้นฉบับเรียบร้อยแล้ว นำไปถ่ายฟิล์ม และอัดลงบนแผ่นสกรีน โดยฉายแสง อัลตร้าไวโอเลต ส่วนที่ไม่ต้องการพิมพ์จะถูกอุดด้วยสารไวแสง ส่วนที่ต้องการพิมพ์จะโปร่ง เวลาพิมพ์ต้องเทสีลงในกรอบไม้ ให้ใกล้กับลายฉลุ ใช้แท่งยางปาด1ครั้ง ทำมุมประมาณ 60 องศา จะได้ภาพที่คมชัด สวยงาม แต่ถ้าปาดกลับไปกลับมาจะทำให้ภาพซ้อนไม่สวยงามเท่าที่ควร การพิมพ์ระบบนี้สามารถที่พิมพ์ลงบนวัสดุต่าง ๆ ได้หลายประเภท เช่น กระดาษหนา ๆ พลาสติก ไม้ และแผ่นโลหะเป็นต้น ระบบนี้ แซมมวล ไซมอล (Samuel simon) ได้จดลิขสิทธิ์ เป็นคนแรก การพิมพ์ระบบนี้ แม่พิมพ์จะเป็นฟิล์ม อัดลงบนเฟรมผ้าไนลอนขึงตึง ใช้แสงส่องส่วนที่ต้องการพิมพ์ให้ทะลุ เวลาพิมพ์ใช้ยางปาดสีลงตามช่องลาย การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ลายฉลุนี้สามารถพิมพ์ได้หลายสี (แม่พิมพ์ละ 1 สี) แต่ต้องตั้งแม่พิมพ์ให้ตรงกัน

เครื่องพิมพ์ระบบออฟเซท

                 การพิมพ์ระบบออฟเซทเป็นการใช้แม่ พิมพ์พื้นราบ ส่วนที่เป็นพื้นแม่พิมพ์กับส่วนที่ต้องการพิมพ์อยู่บนระนาบเดียวกัน ระบบนี้มีแท่นพิมพ์หลายขนาด สามารถพิมพ์สอดสีสวยงาม ซึ่งเป็นระบบที่นิยมใช้กันอยู่ในประเทศไทย สามารถแบ่งตามขนาดของแท่นพิมพ์ได้ดังนี้

                 1. แท่นออฟเซทขนาดเล็กป็นแท่นพิมพ์ที่พิมพ์ด้วยกระดาษขนาดไม่เกิน 13" x 17" มีอุปกรณ์น้อยไม่ซับซ้อน เหมาะกับงานพิมพ์ขนาดเล็ก เช่นการพิมพ์หัวจดหมาย ซอง แผ่นปลิว หนังสือและโปสเตอร์ขนาดเล็ก

                 2. แท่นออฟเซทขนาดตัด 4 เป็นแท่นพิมพ์ขนาดกลาง พิมพ์ด้วยกระดาษไม่เกิน 18" x 25" มีอุปกรณ์มากขึ้น สามารถพิมพ์ได้หลายสี เหมาะกับงานพิมพ์ทั่วไป

                 3. แท่นออฟเซทขนาดตัดสอง เป็นแท่นพิมพ์ขนาดใหญ่ พิมพ์ด้วยกระดาษไม่เกิน 28" x 40" (ใหญ่กว่าแท่นตัดสี่เกือบเท่าตัว) มีอุปกรณ์ช่วยพิมพ์ต่างๆ มากมาย ทำให้พิมพ์ได้เที่ยงตรง แม่นยำ และมีความเร็วในการพิมพ์สูง

                 4. แท่นออฟเซทขนาดตัดหนึ่ง ป็นแท่นพิมพ์ขนาดใหญ่ พิมพ์ด้วยกระดาษที่มีขนาดใหญ่กว่า 30" x 40" มีอุปกรณ์ช่วยพิมพ์มาก นอกจากจะพิมพ์สิ่งพิมพ์ทั่วไปที่ต้องการปริมาณ มาก ๆ เช่น หนังสือพิมพ์แล้ว ยังสามารถพิมพ์บรรจุภัณฑ์ได้ด้วย ใช้ได้ทั้งแบบป้อนกระดาษม้วนหรือแผ่น ซึ่งขึ้นกับจำนวนพิมพ์เป็นสำคัญ

               
สังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงและขยายวงกว้างมากขึ้น ความต้องการงานพิมพ์ทั้งสีเดียวและพิมพ์สอดสีมีมากขึ้นเป็นเงาตามตัว จึงทำให้มีการปรับปรุง พัฒนาสร้างแท่นพิมพ์ที่สามารถพิมพ์ได้ครั้งละ 2-4 สี หรือมากกว่านั้น ซึ่งปัจจุบันทำได้สำเร็จและมีประสิทธิภาพดี การพิมพ์ระบบนี้เป็นที่นิยมกันมากในเมืองไทย ซึ่งแต่ละแบบแต่ละรุ่นจะมีส่วนประกอบแตกต่างกันเล็กน้อย ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์ขึ้นอยู่กับจำนวนสีที่พิมพ์ ถ้าต้องการพิมพ์สีเดียวไม่ว่าจะเป็นสีใดก็ตาม กระดาษจะพิมพ์ผ่านเพลทแม่พิมพ์เพียงครั้งเดียว ถ้าต้องการพิมพ์มากกว่าหนึ่งสี กระดาษก็จะผ่านแม่พิมพ์ตามจำนวนสี ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นไปด้วย

ลักษณะของสิ่งพิมพ์ที่ควรพิมพ์ด้วยระบบออฟเซท
               
1. ควรมีจำนวนพิมพ์ตั้งแต่ 3,000 ขึ้นไป จำนวนน้อยกว่านี้ ราคาต่อหน่วยจะสูง
                2. งานพิมพ์ที่มีภาพประกอบมาก โดยเฉพาะภาพสอดสี จะได้งานที่มีคุณภาพเหมือนต้นฉบับมาก
                3. เป็นงานพิมพ์ที่ต้องการความเร็ว
                4. การออกแบบและจัดทำต้นฉบับได้อย่างอิสระ มีเทคนิคการพิมพ์มากทำให้นักออกแบบแสดงฝีมือได้อย่างเต็มที่

สรุปท้ายบท

การพิมพ์มี 4 ระบบคือ

             
   1. ระบบพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์พื้นนูน (Reliefe Printing System) ได้แก่ การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อก (Block Printing) การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ตัวเรียง (Letter Press Printing) และการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์ตรายาง (Rubber Stamp Printing)

                2. ระบบการพิมพ์โดยใช้แม่พิมพ์ร่องลึก (Intaglio Printing System) ได้แก่ การพิมพ์อินทากรีโอ (Intaglio Printing) การพิมพ์โฟโต้กราวัวร์ (Photogravure Printing)

                3. ระบบพิมพ์โดยแม่พิมพ์พื้นราบ (Planographic Printing System)ด้แก่ การพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์หิน (Lithography Printing)

                4. ระบบพิมพ์โดยแม่พิมพ์ลายฉลุ (Serigraphic System)
ได้แก่ การพิมพ์ด้วย แม่พิมพ์ซิลค์สกรีน (Silk Screen Printing)
การ พิมพ์ระบบออฟเซท ใช้แม่พิมพ์พื้นราบ ปัจจุบันมีแท่นพิมพ์ 4 ขนาด ได้แก่ แท่น ออฟเซทขนาดเล็ก เหมาะกับงานพิมพ์ขนาดเล็ก เช่น การพิมพ์หัวจดหมาย ซอง แผ่นปลิว หนังสือและโปสเตอร์ขนาดเล็ก แท่นออฟเซทขนาดตัด 4 เหมาะกับงานพิมพ์ทั่วไป แท่นออฟเซทขนาดตัดสอง สามารถพิมพ์ได้เที่ยงตรง แม่นยำ มีความเร็วในการพิมพ์สูง และแท่นออฟเซทขนาดตัดหนึ่งสามารถพิมพ์บรรจุภัณฑ์ได้ ซึ่งระบบออฟเซทนี้ได้รับความนิยมมากในประเทศ




http://www.scpaperproof.com/
Engine by MAKEWEBEASY